10 ร้านนวดพัทยา

10 ร้านนวดพัทยา 2026 รีวิวโดยอาจารย์นวด วิวสวย นวดดี ผ่อนคลายคุ้มราคา

10 ร้านนวดพัทยา ที่ดีที่สุด ปี 2026: ลายแทงฉบับอาจารย์สอนนวด พักร่างพังให้ปังเว่อร์

พัทยาในปี 2026 คือสวรรค์ของคนรักสุขภาพอย่างแท้จริงครับ ร้านนวดที่นี่มีการแข่งขันกันสูงมาก ซึ่งนั่นเป็นโชคดีของผู้บริโภคอย่างเรา เพราะร้านที่อยู่รอดได้ “ฝีมือต้องถึง” และ “บริการต้องเริ่ด” เท่านั้น ใครกำลังหาร้านนวดดีๆ เพื่อหลบแดดร้อนๆ หรือคลายเส้นหลังขับรถมาไกล มาดูกันครับว่าร้านไหนที่ผมแนะนำ

10 ร้านนวดพัทยา

1. Let’s Relax Onsen and Spa (Grande Centre Point Space Pattaya)

“แช่ออนเซ็นวิวทะเลพาโนรามา แห่งแรกและแห่งเดียวในพัทยา”

ถ้าพูดถึงแลนด์มาร์กด้าน Wellness ของพัทยาในปีนี้ ต้องยกให้ที่นี่ครับ ตั้งอยู่ในโรงแรมธีมอวกาศสุดฮิต จุดเด่นคือบ่อออนเซ็นที่มองเห็นวิวทะเลพัทยาแบบเต็มตา ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆ ในไทย

  • มุมมองอาจารย์นวด: การแช่น้ำแร่ก่อนนวดคือ “หัวใจ” ของการคลายกล้ามเนื้อครับ ความร้อนช่วยขยายหลอดเลือดฝอย ทำให้การนวดรีดเส้นหลังจากนั้นทำได้ลึกและเจ็บน้อยลง ที่นี่ผมแนะนำโปรแกรม “Dr. Spiller 10-Step Facial Soothing” สำหรับสาวๆ ที่หน้าโดนลมทะเลและแดดเผา ช่วยกู้หน้าพังได้ดีมาก ส่วนงานนวดตัว หมอที่นี่คัดเกรด A มาตรฐานเดียวกับสาขากรุงเทพฯ หายห่วงครับ

  • พิกัด: Grande Centre Point Space Pattaya (พัทยาเหนือ)

  • เหมาะกับใคร: ครอบครัว, คู่รัก, คนที่ต้องการแช่น้ำพร้อมชมวิวทะเล

2. Health Land Spa & Massage (สาขาพัทยาเหนือ และ สุขุมวิท-พัทยา)

“อาณาจักรแห่งการนวด พื้นที่กว้างขวาง รองรับได้ยกแก๊ง”

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี Health Land พัทยาก็ยังคงเป็น “Safe Zone” สำหรับคนที่ไม่รู้จะไปไหนครับ ด้วยพื้นที่ที่กว้างขวางเหมือนวัง ทำให้ไม่ต้องแย่งที่จอดรถ และมีห้องส่วนตัวเยอะมาก

  • มุมมองอาจารย์นวด: สาขาพัทยานี้ หมอนวดส่วนใหญ่เป็นรุ่นเก๋าครับ (Senior Therapist) ประสบการณ์สูง แรงดีไม่มีตก ท่าที่ผมแนะนำให้มาลองที่นี่คือ “Traditional Thai Massage” (นวดแผนไทย) แบบ 2 ชั่วโมงเต็ม หมอที่นี่เก่งเรื่องการ “กดจุดสัญญาณ” บริเวณขาและหลัง เหมาะมากสำหรับคนที่เดินเที่ยวจนขาตึง หรือขับรถจากกรุงเทพฯ มาแล้วปวดเอว

  • พิกัด: ถนนพัทยาเหนือ และ ถนนสุขุมวิท (พัทยาใต้)

  • เหมาะกับใคร: มากันเป็นกลุ่มใหญ่, ทัวร์ครอบครัว, คนชอบนวดไทยหนักๆ

3. The Oasis Spa (สาขาพัทยา – ใกล้เขาพระตำหนัก)

“ล้านนาลักชูรี กลางสวนป่าเขตร้อน”

หลุดจากความวุ่นวายของพัทยา เข้าสู่ความเงียบสงบแบบล้านนาทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา Oasis Spa พัทยาตั้งอยู่ใกล้เขาพระตำหนัก บรรยากาศร่มรื่นมากครับ

  • มุมมองอาจารย์นวด: Signature ของที่นี่คือ “King of Oasis” และ “Queen of Oasis” ซึ่งผมยอมรับในเทคนิคการผสมผสานท่านวดครับ เขาใช้การนวดน้ำมันร้อน (Hot Oil) ผสมกับการดัดตัวแบบไทย ทำให้กล้ามเนื้อที่ตึงเครียด (Stress Muscle) คลายตัวได้เร็วมาก กลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่นี่ปรุงพิเศษ เป็นเอกลักษณ์ที่หาที่อื่นไม่ได้ ช่วยเรื่องการนอนหลับได้ดีเยี่ยม

  • พิกัด: ทางขึ้นเขาพระตำหนัก (Thappraya Road)

  • เหมาะกับใคร: สาย Luxury, คนต้องการความโรแมนติก, ผู้บริหาร

4. Yunomori Onsen & Spa (Pattaya – เทพประสิทธิ์)

“ออนเซ็นญี่ปุ่นแท้ๆ จบครบในที่เดียว”

สำหรับคนที่อาจจะไม่ได้พักโรงแรมหรู แต่อยากได้ประสบการณ์ออนเซ็นระดับท็อป Yunomori สาขาพัทยาตอบโจทย์มากครับ ตั้งอยู่เส้นเทพประสิทธิ์ เดินทางง่าย

  • มุมมองอาจารย์นวด: สิ่งที่ผมชอบคือ “นวดไทยประคบ” ของที่นี่ หลังจากแช่น้ำร้อนสลับเย็น (Hot & Cold Plunge) เพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนแล้ว การนวดประคบสมุนไพรจะช่วยไล่ลมในเส้นได้ดีมาก ใครที่มีอาการ “ลมปลายปัตฆาต” (ไหล่ติด ยกแขนไม่สุด) ลองมาแช่น้ำแล้วนวดประคบที่นี่ดูครับ กล้ามเนื้อจะนิ่มจนหมอรีดเส้นได้ง่ายขึ้นเยอะ

  • พิกัด: ถนนเทพประสิทธิ์

  • เหมาะกับใคร: สายสุขภาพ, คนชอบแช่น้ำ, คนที่มีอาการปวดเมื่อยเรื้อรัง

5. Eforea Spa (Hilton Pattaya)

“วิวหลักล้านบนยอดตึก สปาที่วิวสวยที่สุดในพัทยา”

ตั้งอยู่บนชั้น 17 ของโรงแรม Hilton Pattaya วิวทะเลแบบ Infinity ที่มองออกไปได้สุดลูกหูลูกตา บรรยากาศการตกแต่งเน้นโทนไม้และรังไหม (Cocoon) ให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย

  • มุมมองอาจารย์นวด: ที่นี่โดดเด่นเรื่อง “Correction Technique” หรือการนวดปรับสมดุลครับ หมอมีความรู้เรื่องสรีระดีมาก สามารถวิเคราะห์ได้ว่าไหล่เราเอียง หรือสะโพกบิดจากการนั่งผิดท่า และใช้เทคนิคการนวดเพื่อปรับโครงสร้าง (ระดับเบื้องต้น) ให้กลับมาสมดุล บวกกับผลิตภัณฑ์ที่ใช้เกรดพรีเมียม นวดเสร็จผิวนุ่มลื่นไปอีก 3 วัน

  • พิกัด: ชั้น 17 Hilton Pattaya (เซ็นทรัลเฟสติวัล)

  • เหมาะกับใคร: คู่รัก Honeymoon, คนที่ต้องการปรนเปรอตัวเองขั้นสุด (Self-Reward)

6. Siladon Spa (พัทยาเหนือ – นาเกลือ)

“เรือนไม้สักกลางสวน บรรยากาศไทยแท้ที่ชาวต่างชาติหลงรัก”

ถ้าคุณเบื่อตึกสูง และอยากได้ฟีลลิ่งบ้านไม้สักไทยโบราณ ล้อมรอบด้วยสระบัวและสวนสวย ต้องที่ศิลาดลครับ เป็นร้านที่รักษามาตรฐานความเป็นไทยได้ดีมากในปี 2026 นี้

  • มุมมองอาจารย์นวด: ผมขอแนะนำ “Siladon Voyage” ซึ่งเป็นการขัดผิวและนวดน้ำมัน จุดเด่นคือสครับของเขาที่ทำจากสมุนไพรไทยแท้ ขัดขี้ไคลและเซลล์ผิวตายจากแดดทะเลได้เกลี้ยงเกลา โดยไม่แสบผิว จากนั้นตามด้วยการนวดน้ำมันที่เน้นจังหวะสม่ำเสมอ (Rhythmic Massage) หมอที่นี่มือเย็นใจเย็น นวดแล้วหลับลึกแน่นอน

  • พิกัด: ซอยนาเกลือ 16

  • เหมาะกับใคร: คนชอบบรรยากาศย้อนยุค, คนอยากขัดผิว

7. Grace Spa

“สถาปัตยกรรมเรือนไม้ สวยตะลึง เหมือนหลุดไปในละคร”

Grace Spa คือเพชรเม็ดงามที่ซ่อนอยู่ครับ การตกแต่งสวยงามอลังการด้วยบ้านเรือนไทยหมู่ ยกระดับพื้น มีทางเดินไม้เชื่อมต่อกัน ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวสูงมาก

  • มุมมองอาจารย์นวด: ใครที่ชอบ “นวดน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น” (Cold Pressed Coconut Oil) ต้องมาร้านนี้ครับ เพราะน้ำมันมะพร้าวเข้ากับผิวที่โดนแดดแรงๆ ของพัทยาได้ดีที่สุด ช่วยลดอาการแสบแดง (Sunburn) และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น หมอที่นี่นวดรีดเส้นแบบยาว (Long Stroke) ไปตามแนวกล้ามเนื้อหลัง ได้ฟีลลิ่งที่ต่อเนื่อง ไม่สะดุด

  • พิกัด: พัทยาสาย 3 (ซอยเฉลิมพระเกียรติ)

  • เหมาะกับใคร: คนชอบถ่ายรูป (ร้านสวยมาก), คนผิวแห้งเสียจากแดด

8. Pattaya Blind Massage Institute (TBMI – สมาคมนวดคนตาบอด)

“ตาบอดแต่ใจสว่าง สัมผัสเทพที่เข้าถึงเส้นลึกที่สุด”

ถ้าตัดเรื่องความหรูหราออกไป แล้ววัดกันที่ “ฝีมือล้วนๆ” ร้านนวดคนตาบอดคือเบอร์ 1 ในใจผมเสมอครับ TBMI พัทยา เป็นสถาบันที่รวมหมอนวดผู้พิการทางสายตาที่มีความเชี่ยวชาญสูง

  • มุมมองอาจารย์นวด: พี่ๆ หมอนวดที่นี่มี “Tactile Sense” (ประสาทสัมผัสทางมือ) ที่ไวกว่าคนปกติหลายเท่า เขาจะคลำเจอ “ก้อนพังผืด” (Trigger Point) ได้แม่นยำมากโดยที่เราไม่ต้องบอก ใครที่เป็นออฟฟิศซินโดรมเรื้อรัง ปวดคอบ่าไหล่แบบร้าวขึ้นหัว มาให้พี่ๆ เขาแกะเส้นให้ รับรองว่าเบาตัวเหมือนลอยได้ ราคาถูกแต่คุณภาพคับแก้วครับ

  • พิกัด: ถนนพัทยา-นาเกลือ (ซอยนาเกลือ 20)

  • เหมาะกับใคร: สายปวดหนัก, คนเน้นรักษาไม่เน้นบรรยากาศ, คนงบน้อย

9. Spa Cenvaree (Centara Grand Mirage Beach Resort)

“สปาครอบครัว ในรีสอร์ทธีม The Lost World”

ถ้าคุณพาลูกๆ มาเที่ยวสวนน้ำที่ Centara Mirage อย่าลืมแวะมา Spa Cenvaree ครับ ที่นี่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวจริงๆ บรรยากาศผ่อนคลาย สนุกสนานแต่สงบ

  • มุมมองอาจารย์นวด: จุดเด่นคือ “Ayurveda” (อายุรเวท) หรือศาสตร์การนวดแบบอินเดียครับ ที่นี่มีการนวดศีรษะแบบอินเดีย (Shirodhara – หยดน้ำมันอุ่นลงหน้าผาก) ที่ช่วยเรื่องไมเกรนและการนอนหลับได้ดีมาก เป็นศาสตร์ที่หาทำยากในพัทยา แต่ที่นี่มี Therapist ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

  • พิกัด: Centara Grand Mirage (วงศ์อมาตย์)

  • เหมาะกับใคร: ครอบครัวที่มีเด็ก, คนเป็นไมเกรนหรือเครียดนอนไม่หลับ

10. 7 Spa Luxury

“สปาหรูสไตล์ยุโรป พร้อมตู้อบสมุนไพรแบบอุโมงค์”

ร้านนี้โด่งดังมากในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่คนไทยหลายคนอาจยังไม่เคยลอง จุดเด่นคือโปรแกรมการดูแลสุขภาพผิวพรรณที่ผสมผสานเทคนิคตะวันตก

  • มุมมองอาจารย์นวด: ไฮไลท์คือ “Herbal Steam Sauna” หรือการอบตัวในอุโมงค์สมุนไพร และการนวดด้วยครีมบำรุงผิวเข้มข้น หมอที่นี่ถนัดท่านวดแบบ “Swedish Massage” (นวดสวีดิช) ที่เน้นการตบ การสับ และการลูบไล้เพื่อกระตุ้นระบบประสาท เหมาะกับคนที่ไม่ชอบนวดเจ็บ แต่ชอบความกระปรี้กระเปร่า

  • พิกัด: ทัพพระยา (ใกล้จอมเทียน)

  • เหมาะกับใคร: คนชอบนวดเบา-ปานกลาง, คนเน้นผิวพรรณ


อาจารย์สอนนวดแนะนำ: วิธีเลือกร้านนวดในพัทยา (แบบไม่โป๊ะ)

พัทยาเป็นเมืองที่มีความหลากหลายสูง เพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด (และไม่เข้าร้านผิดประเภท) ผมมีคำแนะนำดังนี้ครับ:

  1. สังเกตหน้าร้านและยูนิฟอร์ม: ร้านนวดเพื่อสุขภาพที่แท้จริง (Massage for Health) พนักงานจะแต่งกายมิดชิด เรียบร้อย และหน้าร้านจะดูสว่าง โปร่งใส มีป้ายราคาชัดเจนครับ ถ้าหน้าร้านมืดทึบ หรือพนักงานแต่งตัววับๆ แวมๆ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นร้านเน้นความบันเทิง

  2. ระวังผิวหลังออกแดด: ถ้าเพิ่งไปนอนอาบแดดที่เกาะล้านมาจนตัวแดง ห้าม นวดไทยหรือขัดผิวเด็ดขาดครับ! ผิวคุณกำลังอักเสบ การไปนวดกดจุดหรือขัดจะทำให้ผิวถลอกและเจ็บมาก ให้เลือกโปรแกรม “After Sun Massage” หรือนวดด้วยเจลว่านหางจระเข้/น้ำมันมะพร้าว และบอกหมอให้ลงน้ำหนักเบาที่สุด (Feather touch)

  3. การจองคิว: ร้านดังๆ อย่าง Let’s Relax หรือ Health Land ในวันเสาร์-อาทิตย์ คิวจะแน่นมาก ควรโทรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันครับ

  4. Foot Massage คือสวรรค์: ถ้าเดิน Walking Street มาจนขาล้า การนวดเท้าเพียง 1 ชั่วโมงก็ช่วยได้เยอะแล้วครับ เลือกร้านที่เก้าอี้นวดเท้านอนสบายๆ แอร์เย็นๆ ก็คุ้มค่าแล้ว


บทสรุป

พัทยา ปี 2026 คือจุดหมายปลายทางที่ครบเครื่องเรื่องการพักผ่อนครับ ไม่ว่าคุณจะอยากนวดรักษาอาการปวดหลังจากการทำงาน หรืออยากทำสปาบำรุงผิวให้สวยวิ้งหลังโดนแดดทะเล 10 ร้านที่ผมคัดมานี้คือ “ตัวจริง” ที่ไว้ใจได้ในเรื่องคุณภาพและบริการ

การไปเที่ยวไม่ใช่แค่การใช้ร่างกายให้หนักขึ้น แต่ควรเป็นการ “ซ่อมแซม” ร่างกายให้กลับมาสดใสพร้อมลุยงานต่อ ลองเจียดเวลาสัก 2 ชั่วโมงจากทริปพัทยาครั้งหน้า แวะไปร้านเหล่านี้ดูครับ แล้วคุณจะรู้ว่า “การพักผ่อนที่แท้จริง” เป็นยังไง

หากคุณกำลังมองหา “ท่านวดบริหาร” แก้อาการปวดหลังขับรถทางไกล ไว้ทำเองง่ายๆ ระหว่างรถติด พิมพ์บอกผมได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมสอนให้!


FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

Q: ไปพัทยาผิวไหม้แดดมา นวดได้ไหม? A: นวดได้ครับ แต่ต้องระวังมาก ห้ามนวดไทย นวดกดจุด หรือสครับผิว เด็ดขาด แนะนำให้ทำโปรแกรม After Sun Treatment ที่ใช้เจลว่านหางจระเข้เย็นๆ หรือนวดน้ำมันมะพร้าวเบาๆ เพื่อลดความร้อนและเติมน้ำให้ผิวแทนครับ

Q: ร้านนวดพัทยาราคาแพงกว่ากรุงเทพฯ ไหม? A: ปี 2026 ราคาใกล้เคียงกันครับ แต่พัทยาจะมีช่วงราคาที่กว้างกว่า ร้าน Local ทั่วไปอาจเริ่มที่ 200-300 บาท ในขณะที่สปาในโรงแรมหรูอาจราคาสูงกว่ากรุงเทพฯ เล็กน้อยเนื่องจากขายวิวทะเลครับ

Q: ร้านนวดคนตาบอดในพัทยา ดีจริงไหม? A: ในมุมมองอาจารย์นวด ถือว่า ดีมากในแง่การรักษา ครับ เพราะผู้พิการทางสายตาจะมีสัมผัสที่ละเอียดอ่อน หาจุดเกร็งของกล้ามเนื้อได้เก่ง เหมาะกับคนที่ปวดเมื่อยจริงๆ ไม่เน้นบรรยากาศหรูหรา

Q: ต้องให้ทิปหมอนวดที่พัทยาเท่าไหร่? A: เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยว มาตรฐานทิปอาจจะสูงกว่าพื้นที่อื่นเล็กน้อยครับ แนะนำที่ 100 บาทขึ้นไปสำหรับร้านทั่วไป และ 200-300 บาทขึ้นไปสำหรับร้านสปาหรือโรงแรมครับ

ร้านนวด